Friday, August 3, 2007

ภูมิธาตุ

เรารู้​จาก​ข้อเขียนก่อนๆ​ทั้ง​เรื่องกำ​ลังธาตุ​และ​กำ​ลังดาว​แล้ว  ต่อไป​จะ​นำ​เอาภาพภาย​ในธาตุดาวและเรือนเกษตร  มากล่าวอีกที  เพราะ​เป็น​เหตุผลของการทำ​นายหลายอย่างที่​เรา​ใช้​กัน​อยู่   เรื่อง​ใน​โหราศาสตร์​ไทย  หาก​จะ​เขียน​ให้​ละ​เอียด​ถึง​พื้นฐานทุกอย่าง​ ​ก็อาจ​จะ​ใช้​เวลานานหลายปี  ดัง​นั้น​ ​จะ​ใช้​วิธีรวบรัดย่นย่อ  อย่างเช่นการกำ​หนดภูมิธาตุ (ระดับธาตุ)​ซึ่ง​เป็น​เรื่องละ​เอียดทางทฤษฎี  ซึ่ง​ใช้​ทางพยากรณ์ก็​จะ​มี​ความ​จำ​เป็น​น้อย​ ​เพราะ​ต้อง​เร่งรีบ  ดัง​นั้น​ ​โหร​ส่วน​มาก​ ​จึง​ยึดถือแนวทางแบ่งภูมิอย่างหยาบ​เป็น​ชั้นตามชนิดของภูมิ​ใน​การพยากรณ์  มากกว่า​จะ​แจกแจงภูมิธาตุตามระดับ


        ภพ​ (ระบบ) ​ของธาตุ​ใน​โหราศาสตร์​ไทยมี​ 4 ​ภพ​ ​คือ ​ธาตุ​ใน​ดาวฤกษ์  ธาตุ​ใน​จักรวาล  ธาตุ​ใน​บรรยากาศ​ ​และ​ธาตุ​ใน​ธรณี   ธาตุ​เมื่อ​เข้า​สู่ดวงชะตา​แล้ว​จะ​มีชั้นภูมิ​ (ระดับ) 4 ​ประ​เภท​ ​ได้​แก่  1 / ​นามธาตุและ 2 / ​รูปธาตุ     3 /  ธาตุสังเคราะห์​(ปฏิกิริยา)  4 / ​เหตุการณ์  นอก​จาก​นั้น​ ​ยัง​มี 5 / ​วัตถุ​(วัตถุธาตุ) ซึ่ง​มัก​ใช้​ใน​ดวงสิ่ง​ไม่​มีชีวิตเช่นดวงฤกษ์  ซึ่ง​แต่ละประ​เภท​จะ​แยกออก​เป็น​ภูมิธาตุอีก  หากเรา​เป็น​โหรที่ทำ​นายดวงชะตาอย่างเดียวก็​ไม่​ต้อง​จดจำ​รายละ​เอียดมากนัก  เพียงทราบเอา​ไว้​บ้าง​เท่า​นั้น


       ภูมิธาตุ​ ​ที่​ใช้​ทำ​นาย​จึง​แบ่งตามธาตุดาว​และ​เกษตรธาตุ​ซึ่ง​เป็น​ธาตุหลักที่​ใช้​ทำ​งาน​ใน​ดวงชะตา​ ​ส่วน​ธาตุชนิด​อื่นๆ​ (เช่น​ ​ชีวะธาตุ​ ​วิญญาณธาตุ​ ) ​ตามปกติ​ใช้​น้อย  ผู้​ใช้​ก็ทราบดี​อยู่​แล้ว   ภูมิธาตุที่​ใช้​ทั่ว​ไปแบ่งคร่าวๆ​ได้​เป็นภูมิสูง ​และภูมิต่ำ (บางทีก็จัด​เป็น ​ภูมิกลางด้วย​ ​แต่​ใน​ที่นี้​ยัง​ไม่​จำ​เป็น)  ธาตุภูมิสูง คือพวกธาตุที่มีพลังงานสูง  ได้​แก่​ ​สิ่งที่ปรากฏ​เป็น​รูปร่างตัวตน  วัตถุ​ ​และ​เหตุการณ์ ​คือกลุ่มภูมิธาตุที่​เป็นรูปธาตุ  ธาตุสังเคราะห์ ​และเหตุการณ์    ส่วน​พวกธาตุภูมิต่ำ  คือธาตุพวกที่มีพลังงานต่ำ​ ​ได้​แก่​ ​อารมณ์​ ​ความ​รู้สึก​ ​ลางสังหรณ์  จิตใจ  ความ​ฝัน ​คือกลุ่มที่​เป็น​พวกนามธาตุ ​นั่นเอง   ยกเว้น​ ​พวกชีวะธาตุ ​และวิญญาณธาตุ ​จะ​เป็น​พวกธาตุที่มีภูมิธาตุต่ำ​ ​(​ไม่​แสดงรูปวัตถุ) ​แต่มีพลังงานสูง  มักปรุงแต่งจิต​ ​หรือ​แสดงรูป​เป็น​เทวดา​ ​หรือ​ภูติ​ให้​เห็นเพียงชั่วคราว  หาก​จะ​แสดงรูปวัตถุ​เช่นธาตุภูมิสูงก็​จะ​ใช้​เวลานานมาก 


        ใน​ดวงชะตาของเรา​นั้น​ประกอบไป​ด้วย​ราศี​ 12 ​ราศี​ซึ่ง​ทำ​หน้าที่ของเรือน  เรือนเหล่านี้​ได้​รับพลังงานธาตุที่หมุนเวียนตามกระ​แสธาตุ​เข้า​ทางลัคนา  ซึ่ง​จะ​เข้า​หล่อเลี้ยงเรือน​และ​เกษตรธาตุ​ใน​ราศี​ทั้ง​หมด   พึง​เข้า​ใจว่า  พลังงานดังกล่าวนี้มีกระ​แสที่อ่อน​ ​และ​ต้อง​ผ่านการเคลื่อนที่​และ​ขัดขวางของเรือน​ ​ที่ทำ​หน้าที่​อยู่​ใน​ดวงชะตา​ ​(​ซึ่ง​ได้​อธิบายมา​แล้ว)  ดัง​นั้น​ ​ใน​เรือนชะตาทุกเรือน  แม้​จะ​มีพลังงาน​ใน​ราศีสะสม​ไว้​มาก​ ​แต่ก็​จะ​มีระดับต่ำ​ ​เหมือน​กับ​อุณหภูมิที่ต่ำ  เรา​เรียกว่ามีพวกธาตุภูมิต่ำอยู่​ใน​ราศี  นั่นย่อมหมาย​ความ​ว่า​ ราศี​เกือบ​ทั้ง​หมด​ ​มีสภาพ​เป็น​นามธรรม​และ​ผลทางจิตใจ​เป็น​พื้นฐาน


        อย่างเช่นลัคนา​ใน​เรือนตนุหาก​เป็น​ ​เรือนพฤหัส  ก็​จะ​มีลักษณะทางจิตใจเป็น​อย่างพฤหัส  ไม่​ได้​แสดงออก​เป็น​รูปร่างลักษณะ  พฤหัสเกษตรธาตุ​ซึ่ง​เป็น​ธาตุภูมิต่ำ​นี่​เอง  หาก​ได้​รับพลังงาน​จาก​ทาง​ใด​ทางหนึ่ง  ก็​จะ​ยกระดับภูมิของมัน​ให้​สูงขึ้น​ ​กลาย​เป็นบุคลิก  ซึ่ง​ก็คือ​ จิตใจที่​แสดงออกมา  เรา​จะ​เห็น​จาก​บุคลิก​ ​ซึ่ง​เป็น​สิ่งครึ่งกลางๆ​ ​คือ​เป็น​ลักษณะของจิตที่​แสดงออก  แต่ก็​ยัง​ไม่​เป็น​รูปร่างที่ตามองเห็น​เป็น​รูปธรรม  ดัง​นั้น​ ​บางที​เรา​เรียกภูมิธาตุระดับบุคลิกนี้ว่า​เป็นภูมิกลาง   และ​เมื่อธาตุนี้ถูกกระตุ้น​ให้​ได้​รับพลังงานสูงขึ้น  ธาตุของพฤหัส  กลาย​เป็น​ระดับธาตุภูมิสูง  จึง​จะ​แสดงออก​เป็นรูปร่างหน้าตาของเจ้าชะตา​ได้  โดย​เฉพาะตอนที่​เรา​เกิด  ซึ่ง​เมื่อร่วมมีสัมพันธ์​เรือน​และ​ดาว​กับ​ดาว​อื่น​ที่มีธาตุภูมิสูง​ด้วย​กัน  ก็​จะ​บังเกิด​เป็น​ปฏิกริยา  และ​เหตุการณ์​ใน​ที่สุด


        ส่วน​พวกดาวลอย​อยู่​ใน​ราศี  โดย​ทั่ว​ไป​เป็น​พวกธาตุที่มีปริมาณน้อย  แต่มีพลังงานระดับสูง​ ​เรียกว่า​ ธาตุภูมิสูง   หมาย​ความ​ว่า  ดาว​ใน​ราศี​เกือบ​ทั้ง​หมด​ (ยกเว้น​ ​เกตุ​ ​มฤตยู​ ​ราหูบางตำ​แหน่งจะ​เหมือน​เป็น​ธาตุที่มีพลังงานต่ำ​เกือบตลอดเวลา) ​มักแสดงรูปธรรม​ ​และ​เป็น​ตัวทำ​ปฏิกริยา​และ​เหตุการณ์ ​ใน​ตอนตั้งต้น   หากมีดาวลอย​อยู่​ใน​ราศีหนึ่ง  โดย​ทั่ว​ไปดาว​จะ​แสดงลักษณะรูปธรรมออกมามากกว่าราศีที่มันสถิต  เว้นแต่รูปร่างรูปธรรมของเราขณะ​เกิด​ ​จะ​เกิด​จาก​ราศี  เนื่อง​จาก​ได้​รับพลังงาน​จาก​ชีวะธาตุ​และ​วิญญาณธาตุ


        สรุปว่า​ ราศีมักแสดงออก​เป็น​นามธรรม​ (ภูมิต่ำ) ​ส่วน​ดาวลอยมักแสดงออก​เป็น​รูปธรรม​(ภูมิสูง)  เว้นแต่ขณะที่​เรา​เกิด​ (ตกฟาก) ​พลังงานขณะ​เกิด​จะ​มีมากพอที่​จะ​แสดงรูปธรรม​ได้​ทั้ง​ดาว​และ​ราศี


        เมื่อหลักการของธาตุ​เป็น​เช่นนี้  เรา​จึง​ได้​ข้อสังเกตุ​ใน​ดวงชะตาหลายประการ​ ​เพื่อที่​จะ​ใช้​เป็น​หลัก​ใน​การพิจารณาดาว​ใน​ราศี​ ​ที่ควรทราบมีดังนี้


  หนึ่ง​...​เรือน​ใด​ที่มีดาวลอย​อยู่​ใน​ราศี  ราศี​นั้น​จะ​มีภูมิพลังงานสูงกว่าราศีที่ว่าง  เนื่อง​จาก​ราศีที่มีดาว​อยู่  ดาว​นั้น​อาจ​จะ​ได้​รับพลังงาน​ใน​ทางตรง​ ​(​เป็น​ 1 3 5 7 9 11​จาก​แหล่งพลังงาน)  เนื่อง​จาก​ดาว​จะ​เป็น​ผู้​ปะทะรับเอาพลังงานที่​ไหลหมุนเวียนมา​ถึง​ ​ทำ​ให้​ภูมิธาตุของดาว​และ​เรือนที่​อยู่​ด้วย​กัน​สูงขึ้น​เป็น​พวกธาตุภูมิสูงได้  ดัง​นั้น​ ​เวลา​เราดูดวงชะตา​ เรือนที่มีดาว​อยู่​นั้น​จะ​มีบทบาทต่อชีวิตเรามากกว่า​เรือนว่างๆ​ที่​ไม่​มีดาว  เรือนว่างมัก​จะ​มีบทบาท​ใน​เรือนนิสัยใจคอ​ ​หรือ​ลักษณะทางขยาย​ความ​ ​ขยายเรื่องตามเรือน​อื่น  แต่​เรือนที่มีดาวมักแสดงรูปธรรม​ใน​ชีวิต  น้ำ​หนัก​ใน​การอ่าน​และ​ทำ​งานตามเรื่อง​ใน​ดวงชะตามักทวีพลังงานขึ้น​แล้ว​แปร​เป็น​เหตุการณ์​ได้​ง่าย  นอก​จาก​นั้น  เกษตรที่มีสองเรือน​ (เช่น​ ​มีน​-​ธนู​ ​ฯลฯ) ​จึง​เน้น​ความ​หมาย​ใน​เรือนที่มีดาวมากกว่า​เรือนว่าง  ซึ่ง​เป็น​สิ่งสำ​คัญ​ใน​การพยากรณ์ดวงเดิม​และ​ดวงจร


   สอง​....​เรือนเกษตร​ ​กับ​ ​ธาตุดาว​(คือเจ้า​เรือน)​ที่จร​อยู่​ ​จะ​แลกเปลี่ยนธาตุ​กัน​อยู่​โดย​ตลอด   เรื่องนี้​เกิด​จาก​เกษตรธาตุของเรือน  เป็น​ธาตุชนิดเดียว​กับ​เจ้า​เรือน​ (ธาตุดาว)​ที่​โคจร​อยู่​ใน​ราศี​ใด​ก็ตาม   เมื่อราศีของมันถูกกระตุ้น​ให้​มีพลังงานสูงขึ้น​ ​ก็​จะ​ผลักดัน​ให้​ธาตุที่มีภูมิสูงหลุดออกหมุนไปรวม​กับ​ธาตุดาวเจ้า​เรือน  และ​ธาตุดาวก็​จะ​ส่งธาตุที่ทำ​งาน​แล้ว​เสียพลังงานไป​แล้ว​มีภูมิต่ำ ​ลง​ ​หมุนวนกลับไปที่​เรือนของมันเช่น​กัน   นี่​เองทำ​ให้​เราอ่าน​ความ​สัมพันธ์​เรือนตามเจ้า​เรือนเกษตร​ได้  อย่างเช่น  ลัคนาราศี​เมษ​ ​ศุกร์​เป็น​เกษตรราศีพฤษภเรือนกดุมภะ  เมื่อศุกร์​อยู่​ราศีธนู​เรือนศุภะ​ ​ดาวศุกร์​จะ​มีค่า​เท่า​กับ​เป็น​ เรือน ​กดุมภะ​ ​ร่วม​อยู่​ใน​ ​ศุภะ​ ​จึง​อ่านว่า​ กดุมภะ​-​ศุภะนอก​จาก​นั้น​ การแลกเปลี่ยนธาตุระหว่างราศี​ทั้ง​สอง​โดย​ผ่านธาตุศุกร์ที่​เหมือน​กัน  จึง​ทำ​ให้​ราศี​ทั้ง​สองของศุกร์กลาย​เป็น​เหมือนราศี​เดียว​กัน​ที่​แยก​กัน​อยู่   เรา​จึง​เรียกเรือนเกษตรของศุกร์​ ​พฤษภ​ ​และ​ตุลย์​ ​ว่า​ ​กดุมภะ​ ​ปัตนิ​ ​นั้น  ถึง​กัน ​อยู่​ตลอดเวลา


   หลักข้อนี้มีผลทำ​ให้​เกิดเทคนิคหลายประการ​ใน​การดูดวงชะตา​ ​ที่สำ​คัญมากคือ ​การแฝงของธาตุ​ (บางหนังสือเรียกว่า​ แฝงแสง) หรือ  การเกี่ยวพันของธาตุ​ใน​ราศ๊  หลักพื้นฐาน​เป็น​ดังนี้


หนึ่ง.....​เมื่อมีธาตุดาว​อื่น​อยู่​ใน​ราศีของศุกร์ที่สมมุติ  เช่น​ ​มี​ ​อังคาร​อยู่​ราศีพฤษภ  ธาตุของอังคาร​ส่วน​ที่​เป็น​ภูมิต่ำ​จะ​หลุด​แล้ว​ติดไป​กับ​ธาตุศุกร์ที่วิ่งไป​ยัง​ดาวศุกร์ที่ราศีธนู  แบบนี้​เรา​จึง​เรียกว่า​ ดาว (อังคาร) แฝงตามเจ้า​เรือนศุกร์  เกิด​จาก​ธาตุ​ส่วน​น้อยของอังคารติดไป​กับ​ศุกร์ตลอดเวลา  พลอยทำ​ให้​ ​ตนุ​ ​มรณะ​ ​ซึ่ง​เป็น​หน้าที่ของอังคารแฝงไป​กับ​ศุกร์​ด้วย


สอง.....​หากมีดาว​อื่น​ ​เช่น​ ​พุธ​ ​มากุมศุกร์​อยู่​ที่ราศีธนู  พุธ​จะ​ผสมธาตุ​กับ​ศุกร์​ ​แล้ว​พุธ​จะ​ติดธาตุ​ส่วน​น้อยกลับไปที่ราศีพฤษภ​- ​ตุลย์​เรือนของศุกร์​ด้วย  แบบนี้​เรา​เรียกว่า​ (พุธ) ถูกดาว(ศุกร์)ดึงกลับเรือน  ใน​กรณีนี้​เท่า​กับ​ ​ธาตุพุธ​ส่วน​หนึ่งไป​อยู่​ใน​เรือนกดุมภะ​และ​ปัตนิ​ด้วย​ ​หากมีปฏิกิริยา​เกิดขึ้นก็อ่านเรื่องราว​ได้


สาม.....​หากมีดาว​อื่น  เช่น​ ​จันทร์  มา​อยู่​ใน​ราศีตุลย์  ธาตุของจันทร์​จะ​ติดตามเจ้า​เรือนคือศุกร์​ไป​ยัง​ราศีพฤษภ​ด้วย​ ​คือออก​จาก​ตุลย์​ ​ไปธนู​ ​จาก​ธนู​ไปพฤษภ  จึง​เสมือน​กับ​ ​จันทร์ที่​อยู่​ตุลย์​ ​วิ่งทะลุ​ถึง​ราศีพฤษภ​ได้​ตลอดเวลา  แบบนี้​เรา​เรียกว่า​ ดาว (จันทร์) แฝงเรือนเกษตรไปโผล่ที่ราศีพฤษภ  นั่นเอง


      พึง​เข้า​ใจว่า  หากธาตุดาว​ X  แฝงธาตุ​จาก​ตำ​แหน่ง​ A   ผ่านธาตุของเจ้า​เรือน​ Y  ไป​ยัง​ตำ​แหน่ง​ B   เรา​จะดู


   1 / ​ความ​ดี​ความ​เลวของดาว​ X  ที่ตำ​แหน่ง​ A  (เช่น​ ​เป็น​มหาอุจ  นิจ​ ​ฯลฯ) ​ส่ง​ความ​ดี​เลวผ่านไปที่​ B  แต่​จะ​ไม่​ได้​ดู​ความ​ดี​ความ​เลวของดาว​ X   ที่ตำ​แหน่ง​ B  และ


   2 /  ส่วน​สำ​คัญที่​เป็น​หลัก​ใน​กรณี​แฝงธาตุ  คือ​ความ​ดี​เลวของธาตุ​เจ้า​เรือน​ Y  ซึ่ง​เป็น​ธาตุ​ส่วน​ใหญ่​ ​และ​เป็น​เจ้าของกระ​แสธาตุ  ไม่​ใช่​ยึดถือเอาตามดาว​ X  ซึ่ง​เป็น​ธาตุ​ส่วน​น้อยที่ติดมา​  เช่นากดาว​ X  ดี​ ​แฝงเจ้า​เรือน​ Y ที่​เลว  เรื่องราวก็​ยัง​คงเลวตามเจ้า​เรือน​ Y  เพียงแต่​เรื่อง​นั้น​ ​ธาตุดาว​ X  ที่ดี​ ​จะ​ถูก​ใช้​ใน​ทาง​ไม่​ดี​เท่า​นั้น ​เหมือนเงินดีถูกเอา​ไป​ใช้​ใน​ทางเลว  ไม่​ใช่​เงินเลวเงินปลอมเอา​ไป​ใช้​ทางดี  ต้อง​แปล​ให้​ถูก


      บางคน​จะ​เห็นว่า​ใน​เมื่อดาวพัวพัน​ถึง​กัน​หมดอย่างนี้​จะ​อ่านอย่างไร  มิยุ่งยากจนแปล​ไม่​ออก​หรือ  อันที่จริงการที่ธาตุของดาวพัวพันเช่นนี้​แหละ​ ​เป็น​เคล็ดการทำ​นายรายละ​เอียดที่คน​ทั่ว​ไปมัก​ไม่​รู้  เพราะการแฝงของธาตุที่มัก​เป็น​ธาตุภูมิต่ำ​ ​จึง​มีผลปรากฏ​เป็น​ครั้งคราว​ เช่น​ ​ลักษณะบุคลิก​ ​นิสัยใจคอ​และ​การพูดจาต่างๆ  ทำ​ให้​สามารถ​พยากรณ์​ได้​ลึกซึ้งขึ้น  หลายครั้งก็​ใช้​สอบลัคนา​ได้  สิ่งสำ​คัญของการที่ธาตุ​แฝงไป​นั้น​ ​ควรทราบว่า  ธาตุที่​แฝง​ส่วน​เล็ก​ที่​เจือปนไปมีกำ​ลังธาตุน้อย​  ดัง​นั้น​จึง​ไม่​ได้​แสดงเด่น​ใน​ที่ที่มันแฝงไป​ได้  แต่​จะ​กลาย​เป็น​รายละ​เอียดของเรื่องราวที่​เราอาจ​จะ​อ่าน​ได้​ภายหลัง  เช่นเมื่อ​ได้​รับกำ​ลัง​จาก​ดาวจร​ ​ก็กลาย​เป็น​ต้นเหตุของ​ ​หรือ​ ​เหตุการณ์ที่ต่อ​เนื่อง​ได้


       นอก​จาก​นั้น  เรา​ต้อง​จดจำความ​สำ​คัญอย่างหนึ่งว่า  เมื่อเกษตรราศี​ใด​ถูกดวงชะตากำ​หนด​ หน้าที่ ​ให้​เป็น​เจ้า​เรือนอะ​ไร​แล้ว  ธาตุที่​แฝงติดไป​ยัง​ที่​ใด​ใน​ดวงชะตา  แม้​จะ​เจือปน​อยู่​เล็ก​น้อยเพียง​ใด​ก็ตาม  ก็​ยัง​คงทำ​หน้าที่​เช่น​นั้น​ด้วย  ยกตัวอย่าง​ ​เช่น  ศุกร์​เป็น​เจ้า​เรือนกดุมภะ​ ​ปัตนิ  ดัง​นั้น​ไม่​ว่าศุกร์​จะ​แฝงไป​อยู่​ที่​ใด​ ​แม้​เพียง​เล็ก​น้อยเพียง​ใด  ศุกร์​จะ​มี​ความ​หมาย​เป็น​กดุมภะ​-​ปัตนิ​อยู่​เสมอไป    ซึ่ง​เป็น​คุณสมบัติ​เฉพาะของศุกร์​ใน​ดวงชะตา​นั้น  นี่​เอง​จึง​ทำ​ให้​เรา​สามารถ​ทำ​นายเรื่องราว​ได้​อย่างละ​เอียดพิสดารยิ่งขึ้น​ ​จาก​ธาตุที่​แฝงมา


      ดัง​นั้น​ ​การจำ​แนกภูมิธาตุที่ทำ​งาน​จึง​เป็น​สิ่งจำ​เป็น  เรา​จะ​เห็นว่า​ ​โหรที่ชำ​นาญมักอ่านดาว​และ​ดวงชะตา​ใน​ดวง​ได้​ลึกซึ้ง  เมื่อพิจารณากำ​ลังธาตุ​และ​กำ​ลังดาวแต่ละดวงร่วม​ด้วย  ก็​จะ​ทราบกำ​หนดเวลาที่​จะ​บังเกิดเหตุการณ์ตามธรรมชาติ​ได้​ ​และ​สามารถ​ตัดสินใจ​ได้​ว่า​เหตุการณ์​ใด​ยัง​ไม่​ถึง​เวลาที่​จะ​เกิด  ด้วย​วิธี​เช่นนี้นั่นเอง


     ยกตัวอย่างเคล็ดการพยากรณ์อย่างหนึ่ง  สมมุติว่า​ ​หญิง​ผู้​หนึ่งลัคนา​อยู่​ราศีมีนเรือนพฤหัส  มีจันทร์​ ๒ ​กุมลัคนา  ๓๘ ​อยู่​ราศีธนู   มองทางบุคลิก​ทั่ว​ไป  เป็น​สาวเรียบร้อย​ ​นุ่มนวล  นุ่มนิ่ม​ (๒) ​เป็น​กุลสตรี​ ​พูดจามัก​เป็น​ที่น่า​เชื่อถือ​ (๕) ​ตามธาตุ​ ๒ ​และ​ ๕ ​ที่มักถูกกระตุ้น​ให้​ขึ้นมา​อยู่​ใน​ภูมิสูง  แต่ดวงชะตามี​ ๓ ๘ ​ใน​ราศีธนูที่​แฝงธาตุ​ใน​เรือนเกษตรของพฤหัสไป​ยัง​ราศีมีนตลอดเวลา  ภูมิธาตุของ​ ๓ ​และ​ ๘ ​ที่​แฝงไปนี้มีภูมิต่ำ  เมื่อ​ใด​ได้​รับพลังงานสูงขึ้นบางโอกาส  เจ้าตัว​จะ​แสดงออกตามลักษณะนักเลง​ (๘) ​หรือ​ ​กล้า​ (๓) ​แบบแปลกๆ​ไม่​น่า​เชื่อ  เช่น​ ​จับงู​เห่า  หรือ​ต่อยตี​กับ​โจร​ ​เอา​อยู่​หมัด  มัก​เป็น​เวลาที่​โกรธ​ ​หรือ​ ​ดวงชะตามีสถานะพลังงานสูง​จาก​ดาวจร  เช่นนี้​เป็น​ต้น  หรือใน​เวลาปกติมองเผินๆ​มา​แบบ​ไม่​ตั้งใจ  หลายคน​จะ​เห็นหญิงนุ่มนิ่ม​ผู้​นี้มีท่าทางนักเลงแฝง​อยู่  ทำ​ให้​คนเกรง​โดย​ไม่​รู้สา​เหตุ   กรณีตามทักษาหากดาว​ ๓ ​หรือ​ ๘ ​เป็น​เดช​ ​หรือ​ ​กาลกิณี​ ​ก็มักแสดงลักษณะ​แสดงออกรุนแรงขึ้น​ได้​บ่อย


       ลักษณะ​เช่นนี้​จะ​คล้าย​กัน​ ​หาก​ ๓ ​หรือ​ ๘  ที่ว่านี้​อยู่​ใน​ราศีกรกฏเรือนของ​ ๒ ​หรือ​ ​กุมดาว​ ๕ ​เจ้า​เรือนตนุ  การแฝงธาตุสู่ลัคนาก็​จะ​ทำ​ให้​มีคุณสมบัติคล้าย​กัน  ต่าง​กัน​ที่ธาตุ​อื่น​ที่อาจ​จะ​แฝงตามมา​ด้วย​ไม่​เหมือน​กัน​ทำ​ให้​มีรายละ​เอียดที่​แตกต่าง​กัน​นั่นเอง    นี่​เป็น​วิธีการ​ใช้​เทคนิคการพยากรณ์ทางภูมิธาตุอย่างง่าย



วรกุล​ ​วันที่ลงประกาศ​ 21-07-2007 04:53:44

Labels:

0 Comments:

Post a Comment

Links to this post:

Create a Link

<< Home